น้องนัท ระยะยาวเมืองต้าเหลียน DUT (รีวิวละเอียดมาก)

หนีฮ่าววว ! ตอนนี้เรามาอยู่ที่ต้าเหลียนได้เกือบ2เดือนแล้ว ต้องบอกเลยว่าแฮปปี้มากๆๆๆ เราชอบทุกอย่างที่ต้าเหลียนเลย อากาศที่นี่ดีมากกก ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิแล้ว ที่นี่เริ่มมีแดดบวกกับลมเย็นๆ ซึ่งเป็นอากาศที่เย็นสบายมากกก แถมตอนนี้ดอกไม้ยังเริ่มผลิบานทั่วมหาวิทยาลัย ทั้งอากาศและบรรยากาศบอกเลยว่าฟินมากก 💕 แต่ช่วงแรกที่เรามาก็จะหนาวๆหน่อย เพราะเป็นปลายฤดูหนาว น้ำแข็งจากหิมะยังพอมีประปรายตามพื้นบ้าง แต่ไม่เยอะ ซึ่งเรามาจากไทย ไม่คุ้นชินอากาศหนาวจัดๆก็จะต้องใส่เสื้อกันหนาวหนาๆและใส่เสื้อด้านในอีกหลายชั้น แต่ว่าตอนนี้สบายมาก บางวันถ้าลมไม่แรง เสื้อแขนยาวตัวเดียวก็ออกไปข้างนอกได้เลย

การใช้ชีวิตที่ต้าเหลียน ต้องบอกเลยว่าสะดวกสบายมากๆๆ รอบๆมหาวิทยาลัยมีของครบแทบทุกอย่าง ร้านอาหารเยอะมากกกกกกกก ทั้งอาหารจีน อาหารอิตาลี อาหารญี่ปุ่น ฯลฯ (อาหารไทยก็มีนะ อร่อยด้วย แต่ต้องนั่งรถเมล์ไปประมาณ3-4ป้ายนะ 5555 😆) เรียกได้ว่า มีให้เลือกทานเยอะแบบแทบจะไม่เบื่อกันเลย (และต้องบอกว่าด้วยความที่ต้าเหลียนอยู่ฝั่งเหนือของประเทศจีน อาหารการกินของที่นี่ก็จะให้เยอะมากๆๆๆ มากแบบช่วงแรกๆบอกเลยว่าไม่เคยกินหมดสักที แต่ตอนนี้หรอ…หึหึ 55555) โดยอาหารที่นี่ก็จะราคาพอๆกับที่ไทยเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 12-15 หยวนต่อจาน แล้วนอกจากจะไปกินที่ร้านแล้ว ที่จีนการสั่งอาหารมาส่งหอก็ยังเป็นอะไรที่นิยมกันมากๆ แถมราคาก็ไม่ต่างจากไปทานข้างนอกเท่าไหร่เลย บางที สุดสัปดาห์ไม่ได้ซื้ออาหารตุนไว้แต่ไม่อยากออกไปไหน แค่กดโทรศัพท์ไม่กี่ที อาหารก็มาส่งหน้าหอเลย สะดวกไปเลยใช่ไหมหล่ะ 5555 ) นอกจากร้านอาหารแล้ว ก็ยังมีซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยอีกสองสามที่ ซึ่งของภายในนั้นก็แทบจะครบทุกอย่าง ทั้งของกินและของใช้ หรือถ้าอยากจะได้อาหารสด เดินไปประมาณ 500เมตร ก็มีตลาดสดให้ไปเลือกซื้อ ซึ่งของที่นี้ก็ราคาถูกมากกก แทบไม่ต่างจากไทยเลย นอกจากนี้แล้ว ร้านค้าอื่นๆก็มีอีกเยอะมาก ทั้งร้านขนมหวาน ร้านผลไม้ ร้านชานมไข่มุก (โดยเฉพาะ COCO ! แต่ตอนนี้บอกเลยว่า มีALLEY มาเปิดแล้วจ้าาา! ไม่ต้องไปต่อคิวนานๆที่สยามแล้ว ที่นี่คิวสั้นมาก ต้องมา! 55555) แล้วก็ยังมีคาเฟ่เอาไว่ไปเปลี่ยนบรรยากาศเวลาอ่านหนังสือ ฯลฯ เรียกได้ว่าแค่รอบมหาวิทยาลัยก็ครบจนไม่ต้องออกไปไหนแล้วก็ยังได้ 5555 แต่ถ้าเริ่มเบื่อรอบๆมหาวิทยาลัย ก็สามารถเดินไปศูนย์การค้าใกล้ๆมหาวิทยาลัยได้ ที่นั่นมีทั้งโรงหนัง ร้านอาหารแบบ Chain Restuarant ร้านขนม ฯลฯ ระยะทางแค่ประมาณ 1-2 กิโลเมตร ซึ่งการเดินระยะทางประมาณนี้ในต้าเหลียนถือว่าชิวมากๆ เพราะอากาศดี ไม่มีแดดร้อน เดินแล้วไม่หงุดหงิด 5555 หรือจะนั่งรถเมล์ไปที่ศุนย์การค้าอื่นๆในต้าเหลียนก็ได้ เพราะที่ต้าเหลียนศูนย์การค้าเยอะมากๆๆ มีครบตั้งแต่ไฮเอนด์ไปจนถึงระดับทั่วๆไป การเดินทางก็ง่ายและสะดวก ที่นี่รถเมล์ไม่แพง ราคาจะอยู่ที่1-2หยวน ซึ่งเป็นราคาตลอดสายเลยหล่ะ! นอกจากนี่ที่นี้ก็ยังมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินให้บริการหลายสถานี แล้วก็ยังมีรถไฟความเร็วสูงอีกด้วย! (ซึ่งเร็วสูงจริงๆๆ เรามีโอกาสนั่นไปเมือง 鞍山 มา ระยะทาง400กิโลเมตรแต่ใช้เวลาแค่1.30ชั่วโมงเท่านั้นน เราชอบมากกก)

Befriend Education-ปริญญาตรี DUT

แต่ถ้าไม่ใช่สายเที่ยวห้างแบบเรา รอบๆต้าเหลียนก็มีสวนสาธารณะสวยๆเยอะมากเหมือนกัน มีสวนสัตว์ มีAquarium มีสวนสนุก แล้วทุกๆที่ก็ห่างจากมหาวิทยาลัยไปไม่ไกลมากทั้งนั้นเลย สามารถนั่งรถเมล์ไปถึงหน้าแต่ละสถานที่ได้สะดวกมากๆ ตอนแรกก่อนมา เรากลัวมากจริงๆนะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกของการออกจากเซฟโซนของเรา ปกติเราไม่เคยไปอยู่ไหนไกลๆ จะติดบ้านมากเพราะขี้เหงาแล้วก็ขี้กลัว555555 แต่พอถึงจุดนึงที่เรารู้สึกว่าเราจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองเพื่อเป้าหมายบางอย่าง เราก็ต้องยอมทิ้งเซฟโซนของตัวเองออกมา ซึ่งเรายังจำวันแรกที่เรามาถึงได้อยู่เลย เรานอนร้องไห้คนเดียวใต้เสื้อกันหนาว 55555555 แค่วันแรกเราก็อยากกลับบ้านแล้ว แง้ อ่อนแอชะมัด (เรานอนพิมพ์ตารางในมือถือนับวันเลยว่าเราต้องอยู่อีกกี่วัน 55555 กลายเป็นว่าตอนนี้ก็ยังนับนะ แต่นับเพราะไม่อยากกลับ อยากอยู่นานกว่านี้ ฮือออ) แต่พี่เจวซึ่งเป็นพี่ทีมงานBefriendที่มากับพวกเราน่ารักมากกก พูดให้เรามีกำลังใจและไม่รู้สึกเหงาจนอยากกลับบ้าน ที่สำคัญพี่เจวดูแลพวกเราดีมาก พาพวกเราไปเปิดซิมโทรศัพท์ พาไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อจะได้เชื่อมต่อกับAlipay (ต้องใช้Alipay หรือ Wechatนะที่จีน เพราะที่นี่แทบไม่ใช้เงินสดกันเท่าไหร่แล้ว!) แนะนำแอปพลิเคชั่นที่จำเป็นให้เรา สอนเราดูป้ายรถเมล์ พาไปเที่ยวหลายที่มากๆ แม้กระทั่งพาไปซื้อของใช้เข้าหอที่วอร์มาร์ทก็ยังทำมาแล้ว 555555 ดูแลทั้งเรื่องลงทะเบียน ดูแลแบบพี่น้องสมสโลแกนจริงๆ ซึ่งหลายๆขั้นตอน ถ้าไม่ได้พี่เจวช่วยก็ต้องลำบากมากแน่ๆ แค่เปิดธนาคารก็คือไปต่อไม่ถูกแล้ว 5555555 ต้องขอบคุณพี่ๆBefriend จริงๆน้าา

Befriend Education-Dalian city-14

เอาหละะ มาเข้าเรื่องชีวิตการเรียนบ้างดีกว่า พอเรามาถึงได้ประมาณ1สัปดาห์ก็มีการสอบวัดระดับเพื่อจะได้รู้ว่าเราเหมาะสมที่จะเรียนห้องไหน ที่นี่จะแบ่งเป็นระดับ初 / 中 / 高 ก็คือเริ่มต้น กลาง และระดับสูงนั่นเอง โดยคนที่ไม่มีพื้นฐานเลย ก็ไม่ต้องสอบก็ได้ก็จะได้เรียนห้อง 初一 (ชูอี) ก็คือเริ่มเรียนตั้งแต่พินอินเลย แต่ถ้าใครพอรู้พินอินมาบ้างแล้ว อ่านออกเขียนได้ระดับนึงแต่ไม่มาก ก็จะได้อยู่ประมาณ初二(ชูเอ้อ) ถ้าได้สักประมาณ HSK4 ก็จะอยู่ที่初三 (ชูซาน)หรืออาจจะเป็น 中一 (จงอี) เลยย อย่างเพื่อนเราที่มาด้วยกันก็เรียนเอกจีนมาก่อน มาเรียนที่นี่ก็ได้ระดับจงอี (จริงๆนางได้ระดับจงเอ้อเลยหละ แต่ว่ามันค่อนข้างกดดันมากก เพราะแต่ละเลเวลความยากจะแตกต่างกันค่อนข้างมากเลยทีเดียว เพื่อนเราก็เลยเรียนจงอีแทน 5555) ส่วนคลาส高ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่เขาบอกว่าเป็นระดับ Expert ถ้าเรียนคลาสนี้ ไปเป็นครูเลยก็ได้ เขาว่ามางี้ 55555 ส่วนเรามีพื้นฐานมาบ้าง ก็ได้เรียน初二 ซึ่งตอนแรกเนี้ย เนื้อหามันจะค่อนข้างคาบเกี่ยวสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว กับสิ่งที่ยังไม่รู้เลย ตอนสัปดาห์แรก เราอยากย้ายไป 初三มากกก เพราะมันง่ายเกินไปสำหรับเรา (ณ ตอนนั้น 5555) แต่พอไปทดลองนั่งเรียน初三 โอโห….มายก๊อด ไม่ไหวจริงๆ 5555555 ก็เลยกลับมา初二 แล้วลองดูเนื้อหาบทหลังๆก็เลยพบว่า ที่คิดว่าง่ายหน่ะ มันแค่3-4 บทที่คาบเกี่ยวเท่านั้นแหละะ 555555 นอกนั้นก็เรียนเหนื่อยกันเลยทีเดียว ที่นี่จะมีการเรียนทั้งหมด 4 วิชาหลัก เรียนทั้งหมด5วัน จันทร์-ศุกร์ และเป็นคาบเช้าทั้งหมดเลย (มนุษย์ไม่ตื่นเช้าแบบเรา แรกๆก็จะลำบากนิดนึงนะ 5555) โดยเนื้อหาวิชาก็จะแบ่งเป็น

1.Comprehensive (เรียนเนื้อหารวมๆ แกรมม่า คำศัพท์ บทความ บทสนทนา ฯลฯ) วิชานี้เรียนทุกวันเลย

2.Listening เป็นการฟัง เรียนสัปดาห์ละสองวัน อาจารย์ก็จะเปิดซีดีให้ฟัง เนื้อหาก็จะเป็นพวกบทความ และการสนทนา แล้วให้เราตอบคำถามจากบทสทนานั้นๆ แล้วก็มีdictation(เขียนตามคำบอก) ทุกคาบบ!

3.Speaking วิชาพูด เรียนสัปดาห์ละสามคาบ ทุกสัปดาห์ต้องมีการพูด Presentation ตามหัวข้อที่ครูให้มา ซึ่งเลเวลของเราหัวข้อก็จะง่ายๆ เช่น แนะนำตัวเอง,อธิบายบ้าน/ที่พักของเรา,ทำไมถึงเรียนภาษาจีน ฯลฯ ซึ่งเราชอบวิชานี้มากเลย เพราะเราพูดมาก 55555555 แต่คนไทยหลายๆคนจะไม่ค่อยชอบ เพราะว่าการออกเสียงของคนจีนกับคนไทยมีหลายเสียงที่ไม่เหมือนกัน เช่นเรามีเสียง ชช้าง แต่เขามีทั้ง Sh Ch Q คนไทยก็จะงงๆหน่อย ออกเสียงซ้ำกันหมด 55555 แต่อยู่ไปอยู่มาก็จะปรับไปได้เรื่อยๆเอง

4.Reading and Writing วิชานี้เรียนแค่สัปดาห์ละคาบ อ่ะะ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเรียนส่วนนี้แล้วจะได้อ่านหรือเขียนน้อยนะ เพราะสามวิชาข้างบน ก็ให้เราเขียนและอ่านไม่น้อยเลยยย 55555555
นอกจากนึ้ ทางมหาฯลัยก็ยังจัดเตรียมคลาสพิเศษให้ อาทิ มวยจีน รำพัด เขียนพู่กันจีน ติว HSK4 ฯลฯ เอาไว้ให้ผู้ที่สนใจอีกด้วยย!

Befriend Education-Dalian city-38

นอกจากนึ้ ทางมหาฯลัยก็ยังจัดเตรียมคลาสพิเศษให้ อาทิ มวยจีน รำพัด เขียนพู่กันจีน ติว HSK4 ฯลฯ เอาไว้ให้ผู้ที่สนใจอีกด้วยย! ซึ่งการมาเรียนภาษาจีนที่จีนเนี้ย ถ้าเราต้องการพัฒนาภาษาจีนในตัวเองจริงๆจังๆ บอกเลยว่าควรมามากๆๆ ! เพราะเราได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจริงๆ (บางทีไม่ได้พัฒนาแค่ภาษาจีนนะ แต่ภาษาอังกฤษก็ยังพัฒนาด้วย นี่ตอนนี้พูดอังกฤษคล่องกว่าตอนอยู่ไทยมาก งงเลย 5555) ยิ่งถ้าใครโชคดีหาเพือนคนจีนได้นี่ยิ่งโชคดีเข้าไปใหญ่ (แอบเอาทริคเพื่อนมาบอกนิดนึง 555555 บางคนไม่รู้จะเริ่มหาเพื่อนคนจีนยังไง โหลดแอพหาคู่เลย 555555 อย่างน้อยก็ได้เพื่อนหละแน่ๆ หรือใครโชคดีก็อาจจะได้เนื้อคู่กันไปเลย! ส่วนใครที่มีแฟนก็ไม่แนะนำวิธีนี้นะ สุ่มเสี่ยงเกินไป55555) อย่างเรามานี่ก็ได้เพื่อนคนจีนมาแล้วคนนึง ซึ่งโชคดีมากเพราะเป็นคนจีนที่มีสัญชาติอังกฤษ ก็เลยเป็นทั้ง Chinese Speaker และ English Speaker (พูดแบบเจ้าของภาษาได้ทั้งสองภาษา) แล้วก็เลยเหมือนเป็นคนจีนที่ได้อยู่หอต่างชาติ 5555 ก็ได้อยู่หอตึกเดียวกัน เลยได้ฝึกภาษาจีนกับอังกฤษแบบเต็มที่ทุกวัน 555555

สำหรับใครที่ลังเลในการมาเรียนต่อที่จีน ไม่ต้องลังเลแล้ว! มาเลยยย! แล้วจะรู้ว่าคุ้มมากกกกกกกกก ! แล้วถ้าไม่รู้จะมาเมืองไหน ก็ขอแนะนำต้าเหลียนให้เอาไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกดีๆของทุกคนนะ เพราะต้าเหลียนเป็นเมืองที่ดีจริงๆๆ ไม่ได้อวยเลย (อย่างน้อยไม่แซงคิว ไม่แย่งที่ กินข้าวแล้วเก็บเป็นที่เป็นทาง คือประทับใจมากแล้ว 💕) ตอนนี้ก็ผ่านช่วงสอบกลางภาคมาแล้ว เวลาผ่านไปไวมากๆๆๆ นี่ตอนนี้ก็เลยกำลังมาหาทุนฯเรียนที่ต้าเหลียนต่อเหมือนกัน เพราะอยากอยู่ยาวๆเลย ใครที่กำลังจะมา ก็หวังว่าเทอมหน้าจะได้เจอกันน้าา

Befriend Education Course Mar 2019-13

น้องมีน

Befriend Education-Mean

ชื่อเล่น : มีน
อายุ : 17
คอร์สเรียน : แคมป์ตุลาคม 2018

รู้สึกดีใจที่วันนั้นตัดสินใจ เลือกไปฮาร์บินกับ befriend มากๆค่า

ทั้งเรื่องเรียน เรื่องเที่ยว เรื่องกิน คือครบครัน และที่สำคัญคือ การดูแลจากพี่ๆ พี่เฟิร์นคือดูแลดีมากๆๆ สามารถช่วยพวกหนูได้ทุกอย่าง คอยช่วยเหลือทุกอย่าง ตั้งแต่ซักผ้า อบผ้า พากิน พาเที่ยว สมัครเรียน ซื้อหนังสือ เรื่องห้องพัก เข้าโรงพยาบาล พาไปโรงพัก คือเป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ รับรองเลยว่าโครงการนี้คือดูแลดีจริงๆ ใครที่กำลังลังเล ก็อย่าได้ลังเลอีกต่อไป 5555

น้องวา

Befriend Education-Wa-1

ชื่อเล่น : วา
อายุ : 19
คอร์สเรียน : ปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาจีน

สวัสดีค่า ตอนนี้เรียนอยู่ที่ harbin institute​ of ​technology​ คณะมนุษยศาสตร์​ ชั้นปีที่ 1 ค่ะ เรียนจบสายวิทย์มาค่ะ แต่สนใจภาษาจีนและติดใจที่นี่ 555555 เคยมาซัมเมอร์ 1 เดือน ปีที่แล้วช่วงเดือนตุลา ตอนนั้นอยู่ ม.6 เป็นอะไรที่สนุกมากๆ  อาหารอร่อยๆ อากาศหนาวๆ ในห้องเรียนก็สอนเข้มมากๆค่ะ

น้องอ๋อมแอ๋ม

Befriend Education-Aomaam-1

ชื่อเล่น : อ๋อมแอ๋ม
อายุ : 21
คอร์สเรียน : แคมป์มิถุนายน-กรกฎาคม 2018

วันนี้เราจะมารีวิว #จีน แหละทุกคน เป็นการไปเรียนเน้นเที่ยวนะ

เท้าความก่อนว่าก่อนจะไปประเทศจีน มีความคิดหรือความรู้สึกดีๆ ต่อประเทศจีนไหม? ตอบเลยว่า “ไม่” นอกจากชอบดาราบ้างอันนี้ไม่ต้องนับเลย ความเป็นมาที่ทำให้เราได้เข้าสู้แวดวงจีน คือ พ่อถามว่าจะทำงานพิเศษต่อไหม? เราก็บอกว่าไม่ทำแล้วเพราะอาจจะเรียนเยอะขึ้น  พ่อบอกว่างั้นก็เรียนภาษาไหมล่ะ?????   อืม  อันนี้ไม่เคยอยู่ในหัว  ไม่ได้ขยันเรียนอะไรขนาดนั้น แต่เป็นคนชอบหาประสบการณ์ จึงตกลงเรียน ก็เลือกนะว่าจะเรียนภาษาอะไรดี จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าพ่อให้เรียนจีน ไม่เชิงบังคับหรอก มีเหตุผลให้เราว่าเป็นภาษาที่นิยมและคนใช้เยอะ ต่อยอดได้ แน่นอนว่าเรารู้ความสำคัญของภาษาจีน ไปไหนก็จะเจอคนจีน ยิ่งย่านประตูน้ำนะ นึกว่าอยู่จีน โอเค เรียนจีนค่ะ จากนั้นเราก็บอกพ่อไปว่าการเรียนที่ได้ผลคือเรียนกับเจ้าของภาษาจะได้ผลดีที่สุด แต่ก่อนที่จะไปเรียนที่ไปจีนนั้นเราเรียนเบสิคพื้นฐานจากประเทศไทยไปพอประมาณ แนะนำว่าให้เรียนไปก่อนก็ดีค่ะจะได้สนุกเวลาไปอยู่ที่นั่น อย่าให้คนจีนนินทาเราฝ่ายเดียวค่ะ ฮาๆ ฮาๆ

น้องเค้ก

Befriend Education-Cake

ชื่อเล่น : เค้ก
อายุ : 21
คอร์สเรียน : แคมป์เดือนกรกฎาคม 2018

สวัสดีค่ะ 😊😊😃😍🤗😚 ฮัลโหลลลลล!!! 👋 你好!🤗🤗🤗

กรกฎาคมที่ผ่านมา แม่ได้ให้ไปเรียนซัมเมอร์ที่เมืองฮาร์บิน มณฑล Heilongjiang(เฮยหลงเจียง) ประเทศจีน แอบบอกนิดนึงว่าเมืองนี้อยู่ติดกับรัสเซียนะจ้า สถาปัตยกรรมบ้านเรือนเลยค่อนข้างเหมือนกับรัสเซียเบาๆ เราบอกได้เลยว่า ฮาร์บินคือเมืองที่ผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป จริงๆ 😚😚😚😃🎈😊 โอเคตอนนี้เราจะเข้าเรื่องล่ะ 😚😚

ลมหนาว หิมะครั้งแรก และฮาร์บินในความทรงจำ โดย น้องมิ้นท์

Befriend Education-Harbin group photo-1

แรกลงจากเครื่องบิน  แรงจากลมต้นเดือนมีนาคม  อุณหภูมิ -12 องศาเข้าปะทะกับร่างกายเต็มที่ วูบแรกคือความปลอดโปร่งทะลุทะลวงของลมหนาวที่พุ่งตรงเข้าไปในโพรงจมูกถึงปอด ให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับสูดยาดมสักฟืดเวลาวิงเวียนอึดอัด  แต่พอผ่านไปไม่กี่นาที  ความรู้สึกสบายค่อยๆกลับกลายเป็นความทรมาน  น้ำมูกใสๆที่ไม่รู้มาจากไหนไหลลงคอ ทั้งมือทั้งเท้าเย็นจนเจ็บชา แม้จะมีรองเท้าผ้าใบหนาและถุงมือหนังสวมอยู่  แต่ก็ดูจะไม่พอเพียงสำหรับคนที่ตั้งแต่เกิดจนโตก็อยู่กับความร้อนเมืองร้อนมาตลอด  แวบหนึ่งในสมองผุดขึ้น  เมื่อนานมาแล้ว  ฉันอ่านเจอว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนาซีเยอรมันบุกโซเวียต  สงครามนั้นนั้นกลายเป็นศึกยืดเยื้อจนล่วงเข้าสู่หน้าหนาว และด้วยความไม่พร้อมของยุทธปัจจัยต่างๆ  โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายของทหารซึ่งไม่เหมาะกับอากาศหนาวจัดติดลบหลายสิบองศา ทำให้ผลสุดท้ายนาซีเยอรมันกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทั้งที่ก่อนหน้าเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบมาโดยตลอด

น้องเตย

Befriend Education-Toey

ชื่อเล่น : เตย
อายุ : 24
คอร์สเรียน : ระยะยาว 4 เดือน (กันยายน-ธันวาคม)

ทำไมถึงเลือกไปเรียนที่ Harbin Institute of Technology?

-เป็นมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจ และก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของจีน

น้องเซน

Befriend Education-Zen

ชื่อเล่น : เซน
อายุ : 19
คอร์สเรียน : ปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาจีน

ทำไมถึงเลือกไปเรียนที่ Harbin Institute of Technology?

-ชอบอากาศหนาวและมหาลัยนี้เป็นมหาลัยที่ติดอันดับท็อปของประเทศมาโดยตลอด

น้องสายป่าน

Befriend Education-Saipan

ชื่อเล่น : สายป่าน
อายุ : 19
คอร์สเรียน : ปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาจีน

ทำไมถึงเลือกไปเรียนที่ Harbin Institute of Technology?

-ได้ไปดูรีวิวแล้วก็สอบถามจากคนที่รู้จัก ศึกษาพอสมควรก็เลยเริ่มชอบมหาวิทยาลัยนี่ค่ะ การเรียนการสอนของที่นี่เคร่งครัดแล้วก็เอาใจใส่นักเรียนดีค่ะ สภาพแวดล้อมก็ดี ผู้คนก็น่ารักเป็นกันเอง มหาลัยก็สวย

เที่ยวเมือง Vladivostok ประเทศรัสเซีย (บินตรงจากฮาร์บิน)

Befriend Education-Vladivostok Airport

Vladivostok,Russia ไม่ไปไม่ได้แล้ว !!!

#บินตรงจากฮาร์บินเพียงหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาที

#ค่าตั่วเครื่องบินไปกลับจากฮาร์เพียงห้าพันบาท

#คนไทยไม่ต้องใช้วีซ่า

จาก ฮาร์บิน เดินทางไป วลาดิวอสต็อก โดยสายการบิน URAL AIRLINE ใช้เวลาบินเพียงแค่ 1 ชั่วโมง 15 นาที สามารถเข้าไปเช็คราคาได้ที่ https://www.uralairlines.ru/

ผ่าน ตม.ก็ง่ายนิดเดียว เพราะคนไทยไม่ต้องใชวีซ่า สามารถอยู่ในประเทศรัสเซียได้ 30 วัน

(แต่ก็ควรเตรียมพวกใบจองโรงแรม ตั่วเครื่องบินขากลับไว้หน่อย เพื่อเจอ ตม.บางคนที่เข้มงวด)

Scroll to Top